Ritarot's profilePam's RoomPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Pam's RoomHow wonderful life is...Now you're in my space!!! June 20 Superman (it's not easy)ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัว เองตลอดเวลา" ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่สองได้สำเร็จ ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง ชายกลุ่มหนึ่ง...เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว" ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6 ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์" ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก" ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ June 07 วันเหงาๆ วันนี้ก็เป็นวันเหงาๆอีกวันหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าแย่นะ...
รู้สึกว่าช่วงนี้ทำตัวค่อนข้างไร้สาระ แต่ก็รู้สึกดี
ได้พักผ่อนเต็มที่ ถึงแม้จะมีเรื่องสอบรออยู่ก็ตาม
เริ่มต้นแต่ละวันก็ด้วยการดูทีวี จนบางช่วงไม่มีอะไรน่าดู
ก็มานั่งหน้าคอม แล้วก็ไปดูทีวีอีกทีนึง...จนค่ำ แต่แต่ละวัน
ก็ผ่านไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เนื่องจากผู้อุปการะคุณ
ทั้งหลาย...เหล่านี้
ขอบคุณ True Series ที่ทำให้ชีวิตของเราดูมีความหมาย
มากยิ่งขึ้น...555, ขอบคุณน้องหวาย(เจน) ที่ชอบยิงมา
พร้อมกับบอกว่า
"เห็นมั๊ย มี้...อุตส่าห์โทร(ยิง)มาหา"
ขอบคุณน้องหญิงที่คอยรับฟังเรื่องไร้สาระต่างๆของพี่,
ขอบคุณน้องบุ๋มที่ชอบโทรมาให้พี่ชวนทะเลาะและหาเรื่อง
แก้เซ็งด้วยอยู่บ่อยๆ, ขอบคุณก้อย, พี่โป้ง, มีนา, น้องป้อ
และพี่ออยที่คอยเป็นเพื่อนเล่น M ยามอารมณ์เหงาๆ
อยู่เกือบทุกคืน, ขอบคุณพี่ส้มที่คอยโทรมาหาและให้กำลัง
ใจพร้อมทั้งขอเป็นพี่สะใภ้อยู่เรื่อยๆ ^_^ , ขอบคุณบิลล์เกต
ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์โปรแกรมที่ทรงคุณค่า
มหาศาลต่อมวลมนุษยชาติ อย่าง MSN, ขอบคุณพี่จุฬ
ที่เมื่อกี้อุตส่าห์โทรมาบอกเรื่องลงทะเบียนและอาสา
จะจ่ายตังค์ให้ (วันนี้เธอดูหล่อมากเลย พ่อคนดีฝังใน)
และท้ายที่สุดก็คงต้องขอบคุณพี่ปาล์ม ที่ทำให้ชีวิตนี้
ดูตื่นเต้นและมีสีสันมากขึ้น เหมือนกับต้องใช้ Game Theory
(ต้องขอบคุณ John F. Nash ด้วยที่คิดค้นทฤษฎีนี้ขึ้นมา)
ในการตัดสินใจเลือกกลยุทธ์ต่างๆ อยู่เรื่อยๆ...
โดยต้องคิดก่อนว่าพี่ปาล์มจะใช้กลยุทธ์อะไร
แล้วหลังจากนั้นก็ต้องคิด reaction function เพื่อตอบโต้
แต่ดูท่าทางแล้ว เราคงเป็นผู้เล่นที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่...
fail ตลอดเลย แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ก็ขออย่าให้เป็นแบบ
Prisoners' Dilemma เลยนะ...กลับมาเป็นเหมือนเดิมเหอะ
และท้ายที่สุดของที่สุดจริงๆ ก็คือ ต้องขอบคุณความเหงา
เพราะ "เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้
ว่าเป็นเธอ...ที่ฉันรักหมดหัวใจ"
คิดถึงทุกๆ คนเลย...จริงๆนะ
June 02 ต่อจากวันนี้... ปีนี้ที่เรียน ป.โท ก็เป็นปีที่ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน เรียกได้ว่าเจอเรื่อง shock
ตั้งแต่ก่อนเริ่มเรียน จนกระทั่งตอนเกือบจะจบแล้ว ก็ยังเจอเรื่อง SHOCK ส่งท้ายอีกรอบ...555
สนุกจริงๆชีวิต ป.โทของช้านนน แต่เค้า(ไม่รู้ใคร)ก็ว่ากันว่า "ในเรื่องร้ายๆ ก็มักจะมีเรื่องดีๆ
แอบซ่อนอยู่เสมอ" ซึ่งมันก็คงจะจริง ถ้าเรามีอารมณ์พอที่จะหา...
ตอนนี้ต้องออกจากหอแล้ว ก็เศร้าเหมือนกันเพราะผูกพันกันมา 5 ปีแล้ว
ทั้งน้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ...
โดยเฉพาะน้องเจน ซึ่งคงสงสัยว่า ช่วงรีทรีทมันเกิดอะไรขึ้น พี่ก็ขอเฉลยไว้
ณ ที่นี้เลยนะจ๊ะว่า เรื่องทั้งหมดมันเริ่มขึ้นนับตั้งแต่ตอนที่พี่เห็นประโยคที่น้องเจน
เขียนให้พี่ในสมุดกระจกเงา ^_^ พอเห็นปุ๊บ ก็รู้สึกดีมากมายมหาศาลบานตะไท
แล้วก็เลยอยากทำความรู้จักกับน้องเจนให้มากขึ้น...จำไม่ได้อ่ะดิ ว่าเขียนไรไปบ้าง???
เฮ้อ...ปีนี้กว่าจะทำใจให้อยู่ที่หอได้อย่างสนุกสนาน ก็ปาเข้าไปเกือบปลายปีแน่ะ...
กรรม เสียดาย น่าจะได้มีเวลาลงไม้ลงมือกับหญิง แซวแนน ด่าพันซ์
หาเรื่องเอื้อยกับจอม รวมทั้งสานสัมพันธ์กับทุกๆคนให้นานกว่านี้..
รีทรีทมันน่าจะมีเร็วกว่านี้นะ
ส่วนสำหรับเพื่อนๆในโปรแกรมก็ฮาดี สนุกมากที่อยู่โปรแกรมนี้
แม้จะต้อง SHOCK ภายหลังก็ตาม >_< แล้วก็ขอบคุณดาวที่ช่วยเราเสมอมา,
ขอบคุณพิกสำหรับทุกๆสิ่งทุกๆอย่างตลอด 5 ปี แล้วก็พี่จุฬสำหรับขนมอร่อยๆ
และคำด่าที่ไม่เคยได้ยินหรือได้ฟังที่ไหนมาก่อน
และสำหรับใครบางคน...เสียดายที่เรามีเวลาได้ทำความรู้จักกันจริงๆ แค่ 1ปี
แต่เสียดายยิ่งกว่าที่เพิ่งจะรู้สึกอยากรู้จักอย่างจริงจังให้มากกว่านี้ก็ตอนที่โอกาสมัน
ผ่านพ้นไปแล้ว...รู้ตัวช้าอีกแล้ว เรา
ปล. กินข้าวกับน้องอัญ พี่นก และทุกๆคน ตอนวันเลี้ยงส่งพี่เยี่ยม...สนุกมาก!!! September 13 .....หากฉันรู้.....หากฉันรู้เมื่อตอนที่จากฉันคิดว่าไม่เป็นไรเมื่อจากกันไปก็คงเจ็บปวดไม่นานฉันคิดผิดไปเองวันที่เธอเดินไปจากฉันไม่มีวันไหนไม่ทุกข์ไม่ทรมานหากรู้อย่างนี้ฉันคงไม่ยอมให้เธอไปหากรู้ซักหน่อยจะยอมพูดจาดีดีหากรู้อย่างนั้นฉันจะยอม จะง้อให้เธอคืนดีจะทำทุกทางที่มีไม่ให้เธอไปปล่อยเธอให้ไปเพราะคิดว่าไม่แคร์กันปล่อยเธอวันนั้นเพราะโกรธที่เธอเฉยชาหันหลังกลับมามองเธอก็ไกลจนเกินจะคว้ามันเงียบมันเหงาจนฉันต้องเสียน้ำตา... September 01 +++เหงา...ใครเป็นบ้าง มาแชร์กัน+++
ฉันเหงา. . . June 08 ก็รู้ว่ามันจะจบ...แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บ จบแล้วจริงๆ จ้า ตอนนี้จบแล้ว เรียนจบ ป.ตรีแล้ว แล้วก็กำลังจะจบเห่ใน ป.โท ด้วย...
"จงอย่าไปอาลัยอาวรณ์กับอดีตที่ผ่านเลยมา และอย่าไปกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่จงอยู่กับปัจจุบันและทำมันให้ดีที่สุด"
อืม!!! ยากนะ เพราะตอนนี้เราก็ยังอดคิดถึงอดีตช่วงที่ยังเต็มไปด้วยความสุขไม่ได้ และก็ยังทำใจให้เลิกกังวลกับอนาคตที่กำลังจะมาถึงไม่ได้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นตอนนี้ปัจจุบันของเรามันก็เลย...
(กัมมุนา วัตตตี โลโก ---> สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม)
ตอนนี้ก็ถือว่าเรากำลังชดใช้กรรมอยู่ก็แล้วกันนะ...ต่อไปนี้จะพยายามทำแต่กรรมดี จะไม่ทำความชั่วอีกแล้ว เชื่อเหอะว่าเวรกรรมมีจริง ถึงแม้อาจจะยังไม่ต้องชดใช้ในชาตินี้ แต่ชาติหน้าก็หนีไม่พ้นอยู่ดี (แถมมีดอกเบี้ยด้วย) เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนจงอย่าตั้งอยู่ในความประมาท เร่งทำกรรมดีเข้าไว้เพราะไม่รู้ว่าในชาตินี้จะมีโอกาสทำความดีอยู่ถึงเมื่อไหร่กัน แม้กรรมชั่วกับกรรมดีจะเป็นคนละส่วนกัน แต่การทำกรรมดีก็ยังพอเจือจางหนี้กรรมที่ยังจะได้รับได้บ้าง แล้วถ้าเกิดมีทุขเวทนาแสนสาหัสเกิดขึ้นกับชีวิต ก็ขอให้คิดว่าเรากำลังชดใช้กรรมที่เราก่อไว้อยู่ และก็คงดีเหมือนกันที่ชดใช้ให้มันหมดๆ ไปเสีย จะได้ไม่ต้องติดค้างหนี้รัก เอ๊ย! หนี้กรรมกันอีก...
"สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
จงมีแต่ความสุขกาย สุขใจ รักษาตน ให้พ้นจากโรคภัยทั้งสิ้นเทอญ"
March 19 ~~~ดอกทานตะวันกับไม้ขีดไฟ~~~ ที่จู่ๆ แพมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าได้เข้าไปอ่านเรื่องดอกทานตะวันในบล็อกแหม่ม (เข้าไปอ่านกันได้นะ แหม่มบอกว่าแต่งเองตอนนี้ยังให้อ่านฟรีอยู่ไม่คิดตังค์ เพราะยังไม่ดัง) ที่แหม่มเขียนประมาณว่า ดอกทานตะวันรักดวงตะวันเสียเหลือเกิน เฝ้ามองติดตามไปทุกหนทุกแห่งแต่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่สามารถขึ้นไปเคียงคู่กับตะวันได้ ได้แต่เพียงมองตามอยู่อย่างนั้นทั้งที่เจ็บแล้วก็เหนื่อยล้าเต็มที แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น พออ่านปุ๊บแพมก็นึกถึงเพลง ดอกทานตะวันกับไม้ขีดไฟของวิยะดาขึ้นมาทันที (ใครไม่เคยฟัง ขอบอกว่าให้ไปหามาฟังซะ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน) มันก็ประมาณว่าไม้ขีดไฟก็หลงรักดอกทานตะวัน แต่ดอกทานตะวันก็เฝ้ามองตามแต่ดวงตะวัน ไม่ได้สนใจหรือแม้แต่เหลือบแลมาหาไม้ขีดไฟก้านน้อยเลย จนสุดท้ายไม้ขีดไฟก็จุดไฟเผาไหม้ตัวเองเพื่อหวังว่าเปลวเพลิงเล็กๆ ของมันจะทำให้ดอกทานตะวันหันมามองบ้าง และในที่สุดกว่าที่เจ้าดอกทานตะวันจะหันมา เจ้าไม้ขีดไฟก็กลายเป็นกองเถ้าถ่านไปแล้ว
อืม...ถ้าเพียงแต่ดอกทานตะวันจะหันไปมองทางอื่นบ้าง ก็คงจะสังเกตุเห็นเจ้าไม้ขีดไฟก้านน้อยที่ภักดีกับตัวเองอยู่เนอะ แพมรู้ว่าแหม่มเป็นดอกทานตะวัน (เพราะหน้าบานเหมือนดอกทานตะวัน...แฮ่) ที่ตอนนี้ก็ได้แต่หันไปตามแสงตะวันจากดวงอาทิตย์อยู่ แล้วแหม่มก็คงจะทั้งเหนื่อยและเจ็บที่แหม่มเป็นได้แค่นั้น เพราะฉะนั้นตอนนี้แหม่มก็ลองหันไปมองรอบๆ ตัวดูบ้างนะ เผื่อจะเจอไม้ขีดไฟที่ภักดีและซื่อสัตย์กับแหม่มอยู่ (โดยเฉพาะไม้ขีดไฟอันอ้วนๆ ขาวๆ)
ส่วนสำหรับแพม แพมคิดว่าตัวเองคงเป็นไม้ขีดไฟ (แต่คนละก้านกับของแกนะยะ) ที่กำลังพยายามจุดไฟเผาไหม้ตัวเองอยู่เพื่อให้ดอกทานตะวันหันมามองบ้าง (มิน่า ตูถึงได้ดำขึ้นทุกวันๆ) แต่แพมคงจะต่างจากเจ้าไม้ขีดไฟในเพลงตรงที่ แพมคงจะหยุดทรมานตัวเอง ก่อนที่จะดำไปมากกว่านี้ เอ๊ย! ไม่ใช่ จะหยุดก่อนที่จะกลายเป็นกองเถ้าถ่านต่างหากล่ะ...
บางทีสำหรับดอกทานตะวันบางดอกแล้ว เราก็อาจจะเป็นได้แค่ ไม้ขีดไฟก้านนึง แต่สำหรับดอกทานตะวันอีกดอกนึง เราอาจกลายเป็นดวงตะวันของเค้าเลยก็ได้นะ ซึ่งตอนนี้แพมรู้แล้วว่าแพมเป็นไม้ขีดไฟสำหรับใคร แต่ที่ยังไม่รู้ก็คือ ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสได้เป็นดวงตะวันกับเค้าบ้างรึเปล่า...อืม จริงๆ แล้วแพมก็ไม่อยากเป็นทั้งสองอย่างล่ะนะ เพราะแพมก็ไม่อยากเจ็บเพราะใคร แล้วก็ไม่ต้องการให้ใครมาเจ็บเพราะแพมด้วย (โอ! คมบาดขอบกางเกงในขาดจริงๆ) เอ่อ!!! แล้วตกลงเราจะเป็นอะไรดีล่ะเนี่ย.....คนสวยกลุ้ม
ปล.ถึงกลุ่มพวกมนุษย์ที่ชอบว่าแพมดำ (โดยเฉพาะเจียร์ที่ชอบถามว่า "ทำไมพี่ชายแพมขาว แล้วแพม...") หึ! จะบอกอะไรให้นะว่าเมื่อก่อนแพมก็เคยขาว โดยเฉพาะตอนเด็กๆนะ ขาวๆ ผมหยักศกนิดๆ น่าฟัดหน่อยๆ และน่ารักโคตรๆ....แต่ที่เพื่อนๆ เห็นกันว่าแพมมีผิวสีแทน(นิดหน่อย)นั้น มันไม่ได้เป็นผิวธรรมชาติของแพมหรอกนะ แต่เป็นเพราะตอนนี้แพมกำลังเป็นไม้ขีดไฟที่กำลังแผดเผาตัวเองอยู่ด้วยเพลิงรักต่างหากล่ะ...จะบอกให้
*** The End***
December 29 ใจหายไปเลย...หายไปในอากาศ ถึงเพื่อนๆ ที่เคารพทุกคน...เช้าวันนี้เราตื่นขึ้นมาแล้วก็สำเหนียกได้ว่าเรากำลังจะเรียนจบในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า แล้วพอนึกได้อย่างนี้ใจเราก็หาย ทำไม 4 ปีมันถึงสั้นจังเลย (แต่ตอนเรียน Intro Econo นะ 1 ชั่วโมงครึ่งดันนานนนนจนเราสงสัยว่านาฬิกามันตายรึเปล่าหว่า) ไม่ทันไรเราก็รู้จักกันมา 4 ปีแล้วเนอะ เราเพิ่งรู้จักทุกคนจริงๆ เพราะเราเป็นคนเดียวของโรงเรียนที่ได้มาเรียนที่คณะนี้ (ความหวังของหมู่บ้าน) แล้วเราก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นเพื่อนกับทุกคน โดยเฉพาะเพื่อนๆ ในกลุ่มของเรา และบรรดาพันธมิตรของกลุ่ม (ชอบตอนนั้นมากๆ ที่ไปกินข้าวกันที่ Sizzler แล้วถ้าใครไม่ไปก็จะถูกนินทาจนเละ) รักนะ พวกโง่ แล้วก็ขอโทษด้วยนะถ้าทำให้เพื่อนๆ รู้สึกน้อยใจ เสียใจ และถึงแม้ว่าบางทีเราอาจจะกัดกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม...แต่อีกไม่เท่าไหร่เราก็คงไม่มีบรรยากาศแบบนี้แล้วสินะ ถึงแม้ปีหน้าเราจะเรียนต่อ ป.โท ที่คณะนี้ (ถ้าเข้าได้นะ) แต่ความรู้สึกมันก็ไม่เหมือนตอน ป.ตรี อยู่ดีล่ะ จะไม่ได้เห็นหน้าทุกคนอย่างนี้อีก แม้บางคนอาจจะแทบไม่เคยคุยกัน แต่เราก็ยังระลึกได้ว่านี่คือเพื่อนเรา และเราก็คงใจหายเหมือนกันถ้าจะไม่ได้เห็นหน้าเค้าแล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่รู้สึกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มเกือบทุกคนก็จะเรียนเหมือนเรา ยกเว้นไอซ์ที่บอกว่าจะไปเรียน labor เพราะส่วนใหญ่คนที่เรียนหน้าตาดีกันทั้งนั้น (แฮ่)...กับไอ้คุณดาวที่จะทิ้งสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราไป และก็ยังมีเพื่อนๆ กลุ่มอื่นๆ อีก ที่จะเรียนต่อกันหลายคน แต่ก็มีอีกหลายคนที่จะต้องจากไป (ดี)...เฮ้อ ทุกคนก็ต่างกรรมต่างวาระกันเนอะ!!!
" กว่าจะรัก เท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใช้เวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร...อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝัน แต่ความจริงนั้นเรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน "
" Heyyyyyyy...E-C-E-C-O E-C-C-O-N Con Con Con Sedsarddddddd...Boom " >>> Econ 35 จงเจริญ!!!
จะพากันเดิน จะพากันไป สู่จุดหมายแห่งความสัมพันธ์ รักกันกลมเกลียว เหนียวแน่นคงมั่น เธอและฉันมาสร้างฝันสีทอง...อย่ามัวรีรอ อย่ามัวท้อแท้ อย่ายอมแพ้ ต้องไม่หวั่น ถ้าใครเหนื่อยอ่อน เราต้องช่วยกัน จุดไฟพลันเพื่อสร้างฝันด้วยกันเหล่าสีทอง... |
|||
|
|